ตอน ฉันคือหมีโคล่า


บ่อยครั้งที่เดินทางโดยสารโดยรถสาธารณะ จะเห็นเด็กๆส่งเสียงดังเจี๊ยวจ๊าว จนบางทีถ้ามองไปทางพ่อแม่ของเด็กเหล่านั้น เค้าก็อาจจะปรามลูกบ้างว่า “เป็นเด็กดีหน่อยสิลูก”

หมอมองดูแล้ว เด็กเหล่านั้นก็อาจจะสงบไปได้สักพัก แล้วก็กลับไปเล่นวุ่นวายส่งเสียงดังกันอีกในเวลาไม่นาน  หรือถ้าลูกไม่ยอมทำตาม ก็อาจจะโดนตีให้เด็กจำ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่ดี เพราะคนรอบข้างก็จะจำไปได้ด้วย เนื่องจากว่า เด็กโดนตีแล้วร้องไห้ ซึ่งเสียงก็จะดังรบกวนคนในรถโดยสารสาธารณะมากไปกว่าเดิมอีก

เชื่อว่าเด็กๆหลายคนก็คงอยากจะเป็นเด็กดีให้พ่อแม่ชื่นใจเช่นกัน เพียงแต่ไม่เข้าใจความหมายของคำว่าเด็กดี ถ้าพ่อแม่ไปดุ ก็จะกลายเป็นดื้อต้านดี ขึ้นมาซะอีก

แต่คำว่าเป็นเด็กดีนั่นในความหมายของพ่อแม่ คือเด็กดีแบบไหนเหรอ แบบไหนถึงจะถือว่าดีหละ เล่นร่าเริงแจ่มใส พูดจาชัดถ้อยชัดคำ หรือนั่งเงียบเรียบร้อย หรือรู้จักทักทายใครต่อใคร สวัสดีคุณลุง คุณป้า คุณน้า คุณอา เพื่อนบ้านของคุณพ่อคุณแม่

หมอจึงอยากแนะนำว่า ให้ลองถามลูกดูว่าสถานการณ์แบบนี้ ควรจะต้องทำตัวอย่างไร พร้อมทั้งแทรกแนวทางการปฎิบัติตัวที่ถูกต้อง เข้าไปให้ลูกเข้าใจในความคิดเห็นของเราด้วย เช่น ห้ามส่งเสียงดังในรถไฟฟ้า, ควรอ่านหนังสือเงียบๆในห้องสมุด, ไม่ควรวิ่งเล่นในโรงพยาบาล

เด็กๆจะฝึกมารยาททางสังคมได้จากการสังเกตและเลียนแบบสิ่งที่พ่อแม่ทำ เพราะฉะนั้นพ่อแม่ก็คือแบบอย่างที่ดีให้ลูกได้เห็น จะช่วยให้ลูกทำตามได้ง่ายขึ้น เมื่อลูกทำตามก็บอกได้เรื่อยๆ เขาจะเริ่มเข้าใจและเรียนรู้ที่จะทำตัวให้เหมาะกับกาลเทศะได้เป็นอย่างดี

พูดถึงเรื่องส่งเสียงดัง ก็มีเด็กๆอยู่หลายคนที่ชอบวิ่งไปวิ่งมาหน้าห้องตรวจ แล้วพ่อแม่ก็ไม่ปราบหรือเตือนอะไรลูกเลย ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเห็นใจ เด็กเหล่านี้อาจจะกลายเป็นเด็กที่โชคร้ายคนหนึ่ง เหมือนเป็นการให้สัญญาณกับลูกว่า ลูกจะโตขึ้นมาเป็นคนแบบไหน พ่อแม่ก็ไม่สน

แต่การพูดเตือนลอยๆ ไม่สบตา ไม่มองหน้าลูก ก็เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง เช่น พูดว่า “อย่าเสียงดังสิลูก” แต่ตัวเองนั่งอ่านหนังสือแมกกาซีน หรือคุยโทรศัพท์มือถือ หรือมองไปทางอื่น  ลูกก็จะไม่เห็นความสำคัญในสิ่งที่แม่กำลังเตือน ทางที่ดีควรจะย่อตัวเองลงให้อยู่ระดับความสูงเท่ากับลูก แล้วสบตา พูดสั้นๆและหนักแน่นว่า “ทำอย่างนี้ไม่ถูกนะ “ จะทำให้เขารู้สึกถึงความเอาจริงเอาจังของพ่อแม่  ดีกว่าการขู่ให้ลูกว่า “เดี๋ยวหมอจะมาฉีดยา” ซึ่งลูกก็จะเกลียดและกลัวสถานที่รวมไปถึงบุคคลในสถานที่นั้นไปด้วย

เด็กเหล่านี้หากได้ดูลายนิ้วมือบริเวณหัวแม่มือด้านซ้าย จะเป็นลายมัดหวายแท้ หรือบุคลิกภาพหมีโคล่า ซึ่งเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี มีความยืดหยุ่น ประนีประนอมสูง มีความสุภาพ อ่อนโยน ชอบรับฟัง แต่อาจขาดความมุ่งมั่น จึงถูกชี้นำได้ง่ายและวิธีการสอนที่ดีที่สุดก็คือ ต้องสอนให้เด็กรู้จักคิด รู้จักตัดสิน รู้จักวิเคราะห์ โดยเน้นการเรียนรู้ที่เป็นแบบบูรณาการมากกว่าให้ท่องจำ ดุด่า หรือบังคับ หรือเรียกง่ายๆว่าให้ลงมือทำจริงมากกว่าเรียนรู้ทางทฤษฎี

SHARE