“15 อุปนิสัย เพื่อให้บุตรหลานเติบโตอย่างสุขภาพดี และมีความสุข”


รากฐานของสุขภาพที่ดี เริ่มต้นจากครรภ์มารดา และใช้เวลาเสริมสร้างหลายปีสอนให้ลูกรู้จักเลือกรับประทานอาหาร ดูแลร่างกาย สุขอนามัยส่วนตัว เพื่อชีวิตที่มีความสุข วันนี้ MINOR SMART KIDS จะขอนำเสนอ 15 วิธี ที่จำเป็นสำหรับคุณพ่อ คุณแม่ ในการดูแลบุตรหลานให้มีสุขภาพที่แข็งแรงค่ะ

เด็กนั้นเรียนรู้สิ่งต่างๆในชีวิตจากคุณพ่อ คุณแม่ และผู้ใหญ่รอบๆตัว พวกเขาเรียนรู้วิธีการแสดงออก การเลือกกิน การปฏิบัติตัวต่อผู้อื่นในสังคม และการสื่อสาร พฤติกรรมเหล่านี้ จะมีผลติดตัวพวกเขาไปจนโต ดังนั้นการเป็นตัวอย่างที่ดีจึงเป็นเรื่องสำคัญ ต่อการสร้างจุดเริ่มต้นที่ดีในการดูแลสุขภาพแก่บุตรหลาน

และนี่คือ 15 วิธีส่งเสริมให้บุตรหลานเรียนรู้ที่จะสร้างสุขภาพที่ดีได้ด้วยตนเองต่อไป

1) ออกกำลังกาย
การออกกำลังกายสำคัญต่อร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ การหาโอกาสที่ดีในการออกกำลังกายเป็นเรื่องที่แนะนำแก่คุณพ่อคุณแม่ เช่น การเลือกใช้บันได แทนการขึ้นลิฟต์ หรือการเดินไปซื้อของ แทนการขับรถ และออกไปเล่นกีฬาที่สนุกสนานเช่น ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน ร่วมกันในครอบครัว เมื่อลูกโตขึ้น และได้แสดงให้เห็นว่ามีความสนใจกีฬาด้านใดเป็นพิเศษก็อย่าลืมที่จะส่งเสริมอย่างเต็มที่ เช่นหากลูกสนใจฟุตบอล ผู้ปกครองอาจจะส่งเสริมโดยการให้เขาได้เข้าร่วมแข่งขันกับสโมสร เป็นต้น

2) เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
รสนิยมในการเลือกทานอาหารของเด็กแต่ละคนนั้นสามารถเปลี่ยนแปรงได้ตลอด แต่ในวัยเด็กนั้นผู้ปกครองถือเป็นตัวแปรสำคัญในการเลือกอาหารแก่พวกเขา
ควรเลือกผักที่มีสีสัน เนื้อไม่ติดมัน ผลไม้สด ธัญพืช และพยายามงดเนื้อสัตว์แปรรูปและอาหารสำเร็จรูป
และก้าวไปไกลอีกขั้นด้วยการสอนให้บุตรหลานรู้จักปลูกพืชผักเอง หรือให้พวกเขามีส่วนร่วมในการเลือกเมนูอาหารหรือการไปจ่ายตลาด

3) งดน้ำตาลและโซดา
หลีกเลี่ยงคุกกี้ ขนมเค้ก ขนมหวาน เลือกใช้ซอสมะเขือเทศ น้ำสลัดและเครื่องปรุงรสที่ไม่มีน้ำตาลผสม ลดเครื่องดื่มที่เต็มไปด้วยน้ำตาล เช่น น้ำผลไม้ เครื่องดื่มชูกำลัง โซดา

4) ดื่มน้ำเปล่า
น้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญสำหรับร่างกาย
ซื้อขวดน้ำที่มีคุณภาพปราศจาก BPA (สารเคมีประเภทโพลีคาร์บอเนต) ให้บุตรหลานสามารถพกติดตัว สร้างนิสัยในดื่มที่ดี เพื่อทดแทนการเลือกดื่มน้ำผลไม้และโซดา
นอกจากนี้การมีขวดน้ำส่วนตัวสำหรับลูกๆ ยังช่วยให้หมดห่วงเรื่องความสกปรก หรือการใช้หลอดที่ไม่สะอาดอีกด้วย

5) การล้างมือ
เด็กมีโอกาสได้รับโรคติดต่อได้รวดเร็วและง่ายกว่าผู้ใหญ่ เมื่อเด็กเริ่มอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กก่อนวัยเรียนหรือเริ่มเข้าโรงเรียน การติดโรคติดต่อยิ่งมีโอกาสเกิดได้สูง ราวกับการเกิดไฟป่า
การเริ่มต้นฝึกนิสัยการล้างมือ หลังจากที่พวกเขาเข้าห้องน้ำ เมื่อพวกเขากลับมาจากข้างนอก และก่อนรับประทานอาหาร หลังเยี่ยมชมสถานที่และสัตว์เลี้ยงเป็นนิสัยที่ดีในการเริ่มต้นตั้งแต่ยังเล็ก
นอกจากนี้การพกแผ่นทำความสะอาด หรือทิชชูเปียกยังเป็นสิ่งจำเป็น และควรเลือกซื้อแบบที่ปราศจากแอลกอฮอล์

6) การแปรงฟัน
การแปรงฟัน เป็นอันดับหนึ่งของการเริ่มดูแลสุขภาพ เพราะสุขภาพช่องปากนั้นเป็นสิ่งสำคัญ
การไปพบทันตแพทย์ปีละสองครั้ง เมื่อลูกอายุสองปีขึ้นไปเป็นเรื่องสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการแปรงฟันวันละสองครั้งและใช้ไหมขัดฟัน จำกัด ปริมาณน้ำตาลและระวังอาหารที่จะสามารถติดอยู่ในที่ที่ยากต่อการเข้าถึงเช่น ลูกเกด, แครนเบอร์รี่, และอาหารอื่น ๆ ที่เหนียว
หากบุตรหลานยังเล็ก แนะนำให้เลือกใช้แปรงสีฟันไฟฟ้า หรือแบบหมุนได้ เพราะจะทำให้การแปรงฟังเป็นเรื่องสนุกสำหรับพวกเขา และยังสะอาดกว่าการที่ให้เด็กเล็กแปรงเองอีกด้วย

7) การนอน
การนอนหลับเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็ก การพัฒนาความรู้ ความเข้าใจและพัฒนาร่างกายจะได้รับผลกระทบเมื่อร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ
การนอนหลับเป็นเรื่องประเด็นสำคัญมากในหมู่เด็กเล็ก เด็กบางคนเป็นเด็กที่หลับง่าย ในคณะที่บางคนไม่ชอบนอนหลับ และรั้น ผู้ปกครองควรศึกษาวิธีการ เฉพาะสำหรับบุตรหลานแต่ละคน เพื่อให้สามารถจัดสรรเวลานอนที่เหมาะสมได้

8)การทานอาหารเช้า
อาหารเช้าเป็นมื้อสำคัญที่สุดของวัน เป็นแหล่งพลังงานสำหรับทั้งวัน
หากเลือกที่จะให้ธัญพืชสำเร็จรูป หรืออาหารเช้าสำหรับเด็กสำเร็จรูปเพราะเป็นวิธีที่รวดเร็วและสะดวกในตอนเร่งรีบ ก็อย่าลืมที่จะเสิร์ฟคู่กับผลไม้ หรือไข่ เพื่อให้พวกเขาได้สารอาหารที่ครบถ้วนในตอนเช้า และถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับวัน

9) การพักผ่อน
ถึงแม้ว่าวุ่นวายเพียงใด ก็ควรจะจัดสรรเวลาให้ได้พักผ่อนอย่างเหมาะสม ควรแบ่งเวลาให้ได้ใช้รวมกันกับคนในครอบครัว เพื่อความสุขและความสัมพันธ์อันดี

10) รู้จักป้องกันตัวเองจากแสงแดด
ความเสียหายจากแสงแดดแผดเผาสะสมตลอดเวลา แต่พฤติกรรมการดูแลผิวตั้งแต่ยังเล็ก จะส่งผลต่อผิวพันเมื่อโตขึ้นด้วย ดังนั้นจึงควรเลือกใช้ครีมกันแดด สวมใส่เสื้อผ้าที่ป้องกันแดด หมวก แว่นตากันแดด เมื่อเป็นไปได้
พกครีมกันแดดติดกระเป๋าเป้สะพายหลังของเด็ก ๆ เมื่อพวกเขาไปโรงเรียน และสอนใหพวกเขาๆรู้จักทาครีมกันแดดก่อนออกไปเล่นข้างนอกให้เป็นนิสัย
เลือกซื้อครีมกันแดดที่แน่ใจว่าช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ได้ดีและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

11) สุขอนามัยที่ดี
การมีสุขอนามัยที่ดี ได้แก่ การอาบน้ำและสระผม ชำระล้างร่างกายด้วยสบู่ ใช้ครีมบำรุงผิว และสวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาด

12) ครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ !
การสร้างบรรยากาศที่ดีในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ หมั่นหากิจกรรมหรือความทรงจำดีดี ที่สามารถทำรวมกันได้ และทำเป็นประจำ เพื่อให้เกิดความสามัคคีกันในครอบครัว

13) ความสัมพันธ์อันดี
เด็กควรแยกออกได้ว่า ความสัมพันธ์ที่ดีและไม่ดีต่างกันอย่างไร เพื่อให้พวกเขาสามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ การมีสัมพันธ์อันดีต่อกันคือการรู้จัก ส่งเสริม กล่าวให้กำลังใจผู้อื่น ซื่อสัตย์ ให้อภัย และไว้ใจซึ่งกันและกัน และควรให้เด็กรู้ว่าการกล่าวร้าย การใช้อารมณ์ การโมโหร้าย กับผู้อื่นเป็นเรื่องที่ไม่ควรกระทำ

14) ปลอดภัยไว้ก่อน
ผู้ปกครองควรหมั่นอธิบายให้ลูกหลานเข้าใจเรื่องความปลอดภัย การรักษาตัว และระมัดระวังตัว ผู้ปกครองอาจจะมีความคิดว่าหัวข้อดังกล่าวยังเป็นเรื่องที่เร็วไปหากบอกกับลูกอายุยังน้อย แต่ให้ตระหนักไว้ว่า ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญและไม่ใช่เรื่องที่เด็กเกินกว่าจะเรียน
นอกจากนี้ ผู้ปกครองควรบอกบุตรหลานว่า ส่วนใดในร่างกายนั้นเป็นของสงวน ส่วนตัว เพื่อให้พวกเขาระวัดระวังตนเอง และรู้จักที่จะเคารพต่อร่างกายของผู้อื่นด้วย

15) ปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน
ปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้แก่ลูกเป็นเรื่องที่คุ้มค่า เพราะไม่เพียงแต่เด็กจะได้รับความรู้ แต่การอ่านยังเสริมสร้างให้พวกเขายังมีจินตนาการ ได้ท่องโลกกว้างผ่านการอ่านอีกด้วย

การปลูกฝังนิสัย และวินัยที่ดีตั้งแต่เล็กนั้น เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้บุตรหลานนั้นเติบโตไปอย่างมีคุณภาพ และมีความสุข

SHARE