เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับลายผิว

การเกิดลายผิว

จากการศึกษาพบว่าลายผิวบนนิ้วมือเริ่มถูกสร้างขึ้นประมาณสัปดาห์ที่ 10 – 16 หลังจากที่ไข่ ผสมกับสเปอร์มในช่วงเวลาดังกล่าวลายผิวจะปรากฎเป็นครั้งแรกบริเวณผิวหนังภายนอก และเจริญเติบโตต่อไปจนถึงสัปดาห์ที่ 13 ซึ่งเป็นช่วงที่ต่อมเหงื่อเริ่มเกิดขึ้น และเจริญเติบโตต่อจนสมบรูณ์สิ้นสุดสัปดาห์ที่ 21 จากนั้นจะคงที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอีกเลยตลอดชีวิตและจะคงอยู่เช่นนั้น

เส้นผิวหนังของแต่ละ บุคคลมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว  และไม่เปลี่ยนแปลง 

รูปแบบของ Dermatoglyphics ได้รับการยอมรับว่าเป็นเครื่องมือที่ใช้วินิจฉัยเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมานี่เอง และเริ่มขยายสู่วงการการศึกษาวิจัยอย่าง กว้างขวางในฐานะวิชา วิทยาศาสตร์แขนงหนึ่ง

ช่วงเวลาที่สำคัญของงานวิจัยด้านลายผิววิทยา

ค.ศ. 1823  Dr. John E Purkinji  แบ่งประเภทของลายผิวเป็น 9 แบบ  และค้นพบว่า ลายผิวเริ่มก่อตัวประมาณสัปดาห์ที่ 13 ในขณะที่อยู่ในครรภ์
ค.ศ.1893 Sir Francis Galton  นักมานุษยวิทยาได้ตีพิมพ์บทความวิชาเกี่ยวกับระบบแบบแผนลายนิ้วมือที่สามารถใช้ระบุตัวบุคคลได้หลักการนี้ยังคงถูกใช้อยู่ในทุกวันนี้
ค.ศ. 1926  Dr. Harold Cummins และ Dr. Charles Midlo  นิยามคำว่า “Dermatoglyphics” ซึ่งมาจากคำว่า Derma (ผิวหนัง) และ Glyph (รอยสลัก) Dr. Cummins ยังได้ถูกขนานนามว่าเป็นบิดาของลายผิววิทยา  งานวิจัยของเขาพบว่าคนที่เป็นโรคทางพันธุกรรม เช่น โรคในกลุ่มดาวน์ ลายมือจะมีลักษณะพิเศษ
ค.ศ. 1832 Dr. Charles Bell เป็นศัลยแพทย์คนแรกที่ค้นพบความสัมพันธ์ของระบบประสาทของสมองกับลายนิ้วมือ

ลายผิววิทยากับสมอง

ทฤษฏีของลายผิววิทยา พิสูจน์ได้ว่ามือซ้ายสัมพันธ์กับสมองซีกขวา และมือขวาสัมพันธ์กับสมองซีกซ้าย แต่นิ้วมือสัมพันธ์โดยตรงกับส่วนต่าง ๆ ของสมองสรุปโดยสังเขปได้ดังนี้

ทุกคนมีความถนัดที่ต่างกัน หากเราพัฒนาขีดความสามารถให้ตรงส่วนที่ถนัด ก็จะสร้างความเป็นเลิศ สู่ความเป็นอิจฉริยะให้กับตัวคุณเองและลูกน้อยคุณได้

ไม่จำเป็นว่าคุณจะต้องผ่าสมองทั้งสองซีกออกมาเพื่อดูว่าด้านใดเด่นด้านใดควรสนับสนุนหรือพัฒนา หากแต่ว่าสวรรค์ได้ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายกว่าที่เราคิดด้วยการวิเคราะห์ลายนิ้วมือ

ลายนิ้วมือของแต่ละคนจะมีลักษณะเฉพาะที่ไม่เหมือนกัน ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอีกเลยตลอดชีวิต เมื่อใช้ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาวิเคราะห์ จะทำให้เราทราบถึงลักษณะอุปนิสัยศักยภาพแฝงและภูมิปัญญาพิเศษเฉพาะด้านของแต่ละคน เพื่อค้นหาช่องทางที่เหมาะสมที่สุดในการเรียนรู้ของแต่ละคน

ซึ่งในเด็กเล็กจะทำให้พ่อแม่เข้าใจธรรมชาติของแต่ละคน ทราบวิธีการสื่อสาร การเลี้ยงจะง่ายขึ้นสามารถวางแผนการเรียนในช่วงแรกของชีวิตเด็กให้สอดคล้องกับศักยภาพและตัวตนที่แท้จริงได้ถูกทางอย่างรวดเร็ว

สำหรับเด็กในวัยเรียน จะช่วยในการตัดสินใจเลือกการเรียนสายที่ตรงกับความถนัด สร้างความเข้าใจ สัมพันธภาพที่ดีระหว่างครอบครัว พ่อแม่ ลูก พี่น้องและสามารถสร้างสภาวะที่เหมาะสมในการเรียนรู้อย่างถูกต้อง

Activity

Who Am I

ตอน หนูขี้กลัว

จะทำอย่างไรดี ถ้าลูกของคุณเป็นเด็กที่ขี้แย ขี้ขลาด ขี้กลัว

ตอน สอนนกฮูก

ลูกของผู้ปกครองรายหนึ่ง อยากรู้อยากเห็น ชอบลอง ทั้งๆที่เคยเตือนแล้วก็ยังอยากทำ เหมือนดื้อเงียบ อย่างตอนลูกวิ่งจนหกล้ม ก็เคยดุลูกว่า “เห็นไหม บอกแล้วก็ไม่เชื่อ”

Testimonial

ลูกในฝัน คนอย่างฉันก็สร้างได้

ติ๊กเพิ่งได้รับข้อมูลการสแกนลายนิ้วมือเพื่อค้นหาศักยภาพและความพิเศษที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดของลูกในเวอร์ชั่นใหมที่ละเอียดกว่าเดิมมาค่ะ