Home Blog Page 13
โปรโมชั่นประจำเดือน กรกฎาคม
วิเคราะห์โดยผู้เชี่ยวชาญ การพัฒนาบุคคลให้ตรงตามศักยภาพก็เป็นเรื่องที่ไม่ยากสำหรับลูกๆของคุณ
โปรแกรมวิเคราะห์ลายผิวนิ้วมือทั้ง 10 นิ้ว เพื่อประเมินอัจฉริยภาพรายบุคคลที่มีติดตัวมาแต่กำเนิด เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ได้ถูกพัฒนาขึ้นจากแนวคิดของนักวิชาการด้านการศึกษา
สะเต็มศึกษา (STEM Education) คือ แนวทางการศึกษาที่ได้บูรณาการความรู้ระหว่างศาสตร์วิชาต่างๆเช่น ความรู้ทางวิทยาศาสตร์  ความรู้ทางด้านเทคโนโลยี ความรู้ทางด้านวิศวกรรม และความรู้ด้านคณิตศาสตร์  รวมเข้าด้วยกัน - Science เป็นวิชาที่ว่าด้วยการศึกษาปรากฏการณ์ต่างๆ ในธรรมชาติ โดยอาศัยกระบวนการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Inquiry) -Technology เป็นวิชาที่ว่าด้วยกระบวนการทำงานที่มีการประยุกต์ศาสตร์สาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มาใช้ในการแก้ปัญหา ปรับปรุงแก้ไขหรือพัฒนาสิ่งต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการ หรือความจำเป็นของมนุษย์ -Engineering เป็นวิชาที่เกี่ยวกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมหรือสร้างสิ่งต่างๆ เพื่อมาอำนวยความสะดวกของมนุษย์ โดยอาศัยความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และกระบวนการทางเทคโนโลยี มาประยุกต์ใช้สร้างสรรค์ชิ้นงานนั้นๆ -Mathematics เป็นวิชาที่ว่าด้วยการศึกษาเกี่ยวกับการคำนวณ หรือ วิชาที่เกี่ยวกับการคำนวณ เป็นพื้นฐานสำคัญในการศึกษาและต่อยอดทางวิศวกรรมศาสตร์ จุดเริ่มต้นของแนวคิด สะเต็มศึกษา (STEM EDUCATION) เนื่องจากว่าประเทศสหรัฐอเมริกาได้ประสบปัญหาเรื่อง ผลการทดสอบ PISA ของสหรัฐอเมริกา ที่ต่ำกว่าหลายประเทศ และส่งผลต่อขีดความสามารถด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และวิศวกรรม ดังนั้นรัฐบาลจึงมีนโยบาย ส่งเสริมการศึกษาโดยพัฒนา STEM Education ขึ้นมา เพื่อหวังว่าจะช่วยยกระดับผลการทดสอบ PISA (Program for International Student Assessment) และ TIMSS การทดสอบด้านคณิตวิทยาศาสตร์ระดับสากล (Trends in International...
อยากให้ลูกเก่งภาษาควรเริ่มเรียนเมื่อไรดี กระบวนการเรียนรู้ภาษาของเด็กจะผ่านการฟัง กิจกรรมที่จัดควรเป็นกิจกรรมที่เป็นการอ่านให้เด็กฟัง เล่านิทานให้เด็กฟัง และให้อ่านในเรื่องที่เด็กสนใจ สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้ก็คือพูดคุยและอ่านหนังสือให้ลูกฟัง ในวัยทารกและก่อนวัยเรียน จำเป็นต้องให้ประสบการณ์ในด้านภาษาและการอ่านแก่เด็กๆ การอ่านเป็นส่วนประกอบสำคัญที่จะช่วยพัฒนาการพูด และการใช้ภาษาสอนให้เด็กได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ และการออกเสียงที่ถูกต้อง อีกทั้งยังพัฒนาทักษะการฟัง การมีสมาธิและกระตุ้นความสนใจอีกด้วย “เด็กเล็กมีพลังในการเรียนรู้ด้านภาษาอย่างมหาศาล พวงเขาสามารถเรียนรู้ได้หลายภาษา หากคุณเปิดโอกาศให้เด็กๆได้เรียนรู้อยู่สม่ำเสมอ” (Dr.Susan Curtiss, Professor of Linguistics, UCLA) ขั้นตอนการเรียนรู้ 3 ขั้น ขั้นที่ 1 ตั้งแต่แรกเกิดถึง 4 ขวบ : เด็กจะมีความสามารถในการเรียนรู้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ขั้นที่ 2 ตั้งแต่ 4 ขวบถึง 8 ปี : เด็กจะมีความสามารถในการเรียนรู้ 30 เปอร์เซ็นต์ ขั้นที่ 3 ตั้งแต่ 8 ปีถึง 18 ปี : เด็กจะมีความสามารถในการเรียนรู้แค่ 20 เปอร์เซ็นต์ “นักประสาทวิทยาได้ยืนยันแล้วว่า ช่วงระยะเวลาที่สมองเจริญเติบโตมากที่สุด และจะสิ้นสุดเมื่อเด็กอายุประมาณ 10 ปี” (A Child’s Brain – Time Magazine)
การเลี้ยงลูกให้ "ประสบความสำเร็จ" ใครๆก็อยากเลี้ยงลูกให้ "ประสบความสำเร็จ" การเลี้ยงลูกให้ประสบความสำเร็จในศตวรรษที่ 21 นี้ไม่ใช่แค่เรียนเก่งเพียงอย่างเดียว องค์กรต่างๆ ล้วนต้องการคนที่รักงาน ทุ่มเท คล่องแคล่ว สร้างสรรค์พร้อมปรับตัว มีความสามารถในการเรียนรู้ (ซึ่งไม่เกี่ยวกับไอคิว) มีความเป็นผู้นำและต้องมีความถ่อมตนทางปัญญา (Intellectual Humility) ด้วย จะเห็นได้ชัดว่า คนที่ประสบความสำเร็จได้จะต้องเป็นคนที่มีอย่างอื่นมากกว่า IQ ดีเพียงอย่างเดียว เพราะในภายภาคหน้าเด็กๆ ในปัจจุบันจะต้องเผชิญกับความท้าทายยากยิ่ง ทั้งด้านทักษะการทำงานที่ต้องไปได้กับเทคโนโลยีขั้นสูงใหม่ๆ ต้องแข่งขันกับคนทั้งโลก ทรัพยากรที่น้อยลง ปัญหาภัยพิบัติ และยังต้องดูแลคนสูงวัยที่อายุยืนยาวขึ้น ฯลฯ เด็กทุกคนจึงควรได้รับโอกาสพัฒนาฝึกฝนทักษะเพื่อรับมือกับปัญหาได้ แต่คำถามคือ พ่อแม่ กับ ระบบการศึกษาไทยเราได้พัฒนาเด็กไปในทิศทางนี้ที่จะทำให้เขาอยู่รอดและประสบความสำเร็จดีพอแล้วหรือยัง หรือเรายังมัวหมกมุ่นอยู่กับแค่เรื่องคะแนนสอบ เรียนพิเศษ ติวสอบ โดยไม่ได้เสริมทักษะและคุณลักษณะอื่นๆ ที่จำเป็นและสำคัญกว่าให้แก่ลูกของเรา ทักษะและคุณลักษณะที่ว่านั้นรวมเรียกว่า Executive Functions หรือ ทักษะสมองเพื่อจัดการชีวิตให้สำเร็จ นั่นเอง “เรียนเก่ง ไอคิวดี”ไม่ใช่คำตอบเดียวสำหรับความสำเร็จในศตวรรษที่ 21" ทำไมต้อง Executive Functions (EF) สิ่งที่ทำให้มนุษย์เราแตกต่างจากสิ่งมีชีวิตร่วมโลกอีกเกือบ 2 ล้านสปีชี่ส์ คือความสามารถของสมองส่วนหน้า ที่ทำให้เราคิดวิเคราะห์ได้ แก้ไขปัญหายากๆ และ สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ จนเป็นโลกที่เจริญก้าวหน้าอย่างทุกวันนี้ได้ สมองทำให้เรามีภาษาสื่อสารกัน สร้างความร่วมไม้ร่วมมือช่วยเหลือกันหรือเกิดความเห็นอกเห็นใจต่อกันได้ ความสามารถของสมองส่วนหน้ายังทำให้เราเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้ลึกซึ้ง ทั้งรู้จักตนเอง รู้จักคนอื่น...
เด็กอายุ 3 ขวบ มีพัฒนาการทางภาษาที่รวดเร็วอย่างน่าทึ่ง มีจินตนาการสร้างสรรค์ และมีความอยากรู้อยากเห็นมาก...
ปัจจุบันในโลกของเราก้าวเข้าสู่โลกที่เรียกว่า ศตวรรษที่ 21 ที่เป็นโลกแห่งโลกาภิวัตน์ (Globalisation) ที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งสภาพประเทศ
สื่อสิ่งพิมพ์ที่น่าสนใจและมีความรู้ที่เป็นองค์ประกอบหลักและเป็นสิ่งที่อยู่คู่การศึกษาทั่วโลก คือ “หนังสือ”
หากลูกคุณเข้าโรงเรียนอนุบาลเมื่ออายุสี่ขวบ แสดงว่าลูกของคุณได้ใช้เวลาอยู่กับคุณที่บ้านไม่นับเวลานอนถึง 17,500 ชั่วโมง ใช่หรือไม่