Home Blog
เมื่อการเรียนที่โรงเรียนอาจไม่ใช่คำตอบของเด็กๆอีกต่อไป❗️🙅🏻‍♂️ Homeschooling จึงเป็นทางเลือกอีกทางสำหรับของคุณพ่อคุณแม่ที่สนใจ และ มีเวลาดูแลน้อง ๆ ได้เต็มเวลา รวมถึงคุณพ่อคุณแม่นั้นสามารถปรับการเรียน แล ะบรรยากาศให้กับน้อง ๆ แต่ละคนได้อีกด้วย ✅ แต่การเรียนแบบ Homeschooling เป็นยังไง ❓เป็นแบบไหน❓เด็กๆถึงจะเรียนรู้ได้มากที่สุด นั่นคือสิ่งใหม่ของผู้ปกครองในไทย เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมก่อนตัดสินใจเรื่องการศึกษาของเด็กๆ Minor Smart Kids มีความรู้ความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับการเรียนที่บ้านให้กับคุณพ่อคุณแม่กันที่โพสต์นี้กันเลย✨ การเรียนในรูปแบบ Homeschooling นั้นพ่อแม่สามารถจัดตารางเรียนให้ลูกเองได้✅ โดยสามารถเจาะลึกลงไปตามความสนใจ และ ความสามารถของลูกได้ตามใจแบบไม่จำกัดวิธีการเรียนรู้แบบในห้องเรียนปกติ ซึ่งข้อดีของการเรียนรูปแบบนี้ก็คือ ลูก ๆ จะได้พัฒนาความสามารถของตนเองได้อย่างเต็มที่ และไม่ต้องนั่งจดเนื้อหาบนกระดานตามคุณครูอีกต่อไป โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถออกแบบการเรียนรู้แบบใหม่ ๆ ให้ลูกได้ตามความชอบ ตามความถนัดของลูก ซึ่งถือได้ว่าเป็นอีกรูปแบบการเรียนการสอนที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก และในต่างประเทศเองก็นิยมใช้การเรียนแบบ Homeschooling กันมานาน โดยมีอัตราการเรียนแบบ Homeschooling เฉลี่ยเพิ่มมากขึ้นทุกปี อีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญในการเรียนแบบ Homeschooling นั่นคือการเลือกสื่อการสอนที่มีคุณภาพอย่างชุดหนังสือเด็ก 3 ภาษา พร้อมปากกาพูดได้ ของทาง Minor Smart Kids ที่จะทำให้การเรียนรู้ของลูก ๆ นั้นทั้งสนุกและมีสาระไปพร้อม...
รูปแบบการเรียนการสอนกลับมาเป็นแบบออนไลน์อีกครั้ง 👩🏻‍💻 แล้วคุณพ่อคุณแม่จะจัดบรรยากาศภายในบ้านอย่างไรให้น้อง ๆ รู้สึกว่าน่าเรียน? วันนี้ Minor Smart Kids ขอนำเสนอ 6 วิธีจัดบ้านและโซนสำหรับการเรียน online ให้เด็ก ๆ รู้สึกอยากเรียนและพร้อมสำหรับการเรียนออนไลน์ ไปดูกันดีกว่าว่าจะมีอะไรดี ๆ มาแนะนำคุณพ่อคุณแม่กันบ้าง? 👀👍🏻 เลือกมุมที่แสงธรรมชาติส่องถึงเพราะจะทำให้บรรยากาศห้องดูปลอดโปร่ง ไม่อุดอู้ และยังช่วยถนอมสายตาที่ต้องทำงานหนักกับการเพ่งจอ เลือกมุมที่เป็นส่วนตัวปราศจากสิ่งรบกวน เนื่องจากจะช่วยให้มีสมาธิกับการเรียนได้ดีขึ้น จัดเก้าอี้และท่านั่งให้เหมาะสม การจัดโต๊ะกับเก้าอี้จึงต้องคิดถึงท่านั่งที่เหมาะสม เก้าอี้ควรมีพนักพิง ปรับระดับความสูงให้ต้นขาขนานพื้นและเท้าติดพื้น ส่วนที่รองแขนปรับให้อยู่ระดับขอบโต๊ะ โดยหน้าจอคอมพิวเตอร์ควรตั้งห่างประมาณ 1 ช่วงแขน และไม่ควรใช้โต๊ะเตี้ยนั่งทำงานบนพื้น เก็บโต๊ะเรียนให้สะอาดเรียบร้อย เพราะโต๊ะเรียนที่ไม่รกหูรกตานั้นจะทำให้มีความรู้สึกน่าเรียนมากขึ้น ตกแต่งโต๊ะเรียนด้วยต้นไม้เล็ก ๆ เพื่อให้มีพื้นที่สีเขียวให้ได้พักสายตาเวลาเมื่อยล้าสายตา หรือ ตกแต่งด้วยสิ่งของหรือตุ๊กตาตัวการ์ตูนที่ชอบ ในมุมใดมุมหนึ่งบนโต๊ะ จัดอุปกรณ์สำหรับการเรียนการสอน เช่น สมุดหรือหนังสือเรียน ดินสอ ปากกา สี และ ปากกาเน้นข้อความ ต่างๆ ให้เรียบร้อยและใกล้มือ เพื่อให้สะดวกในการหยิบใช้   อ้างอิง: https://www.home.co.th/living/topic-1004 ------------------------------------------------------------------ Learn More at Website : www.minorsmartkids.com Instagram :...
ศาสตร์การสแกนลายผิวนิ้วมือกับ 3 เยาวชนไทย สายศิลป์และดนตรี ใครว่า ศิลปะหรือดนดรี ไม่มีความสำคัญ ทาง Minor Smart Kids ขอเสนอ น้องๆ เยาวชนไทยผู้มากความสามารถทั้งด้านวิชาการและด้านศิลป์ น้องผิงหยาง The voice kids Thailand season 3 ที่มีความสามารถในการร้องเพลงและปัจจุบันก็ได้เป็นนักร้องอาชีพ https://youtu.be/x6-t7yMoNfY น้องมินนี่ ที่ใช้ทักษะและความสามารถด้านศิลปะจนได้เป็นแฟชั่นดีไซน์เนอร์ตัวจิ๋ว ที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุ เพียง 7 ขวบ! https://youtu.be/KsQ0ys5Uavs และสุดท้าย น้องจ๋า จากรายการ เกรียนอัจฉริยะ ในการประกวดเต้น และได้รับรางวัลชนะเลิศจนถึงขั้นได้ไปเป็นตัวแทนการแข่งขันระดับโลกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา https://youtu.be/6-7yD_dqfQs ทีนี้ ยังมีผู้ปกครองท่านใด คิดว่า ศิลป์ ยังไม่สำคัญอยู่ไหมคะ? อย่างที่เคยได้ยินกันว่า คนเรามีความสามารถและความถนัดไม่เหมือนกัน แต่เราจะทราบได้อย่างไรล่ะ? ว่าเรามีความถนัดด้านใด หากเรายังไม่ลองลงมือทำ หรือวิธีที่ง่ายกว่านั้น คือการทดสอบตัวเอง และการสแกนลายผิวนิ้วมือก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ตอบโจทย์ และให้คำตอบกับท่านได้ค่ะ Website : www.minorsmartkids.com Instagram : instagram.com/minorsmartkids/ Line : @minorsmartkids (อย่าลืม @ ด้วยนะคะ) https://bit.ly/2FpZ44s YouTube: https://www.youtube.com/user/MinorEducationGroup
ทุกคนรู้ แฟนเพจ Minor Smart Kids รู้!! 📍📍 ช่วงกักตัวนั้นแสนน่าเบื่อ 😞☹️😫 แต่หากต้องกลับมากักตัวกันอีกครั้งเราจะต้องทำอย่างไร? 🤨 วันนี้ Minor Smart Kids ขอนำเสนอ 3 กิจกรรมที่สามารถทำร่วมกับครอบครัวได้ในช่วงกักตัว 👨‍👩‍👧‍👧 ว่าแต่จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันที่โพสต์นี้ได้เลย!! 👀 4 กิจกรรมแก้เบื่อช่วงกักตัวที่สามารถสนุกกันได้ทั้งครอบครัวแถมยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์ภายในครอบครัวได้อีกด้วย มาพลิกวิกฤตนี้ให้เป็นโอกาสที่จะได้ใช้เวลาร่วมกับครอบครัวกันเถอะ 1.ทำความสะอาดบ้านครั้งยิ่งใหญ่ > กิจกรรมนี้ถือว่าได้ออกกำลังกาย ได้สุขอนามัยของสมาชิกในบ้านและยังเป็นการฝึกให้น้อง ๆ ได้เรียนรู้และหัดช่วยเหลือตนเองให้ทำงานบ้านเป็นอีกด้วย การทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่นี้อาจรวมไปถึงการตกแต่งจัดบ้านให้ดูสวยงาม และเป็นระเบียบยิ่งขึ้น ยิ่งสมัยนี้หลาย ๆ คนนิยมลุกขึ้นมาแต่งบ้านทั้งสไตล์ มินิมอล, ลอฟท์ และ โมเดิร์น เรียกได้ว่ากิจกรรมนี้ได้ประโยชน์มากมายทั้งทำให้บ้านสวยงาม สะอาด และยังเป็นการฝึกน้อง ๆ ไปในตัวอีกด้วย 2.ทำอาหาร > ในปัจจุบันหลาย ๆ บ้านอาจไม่นิยมที่จะเข้าครัวทำอาหารกินเองกันแล้ว เนื่องจากมีเวลาที่จำกัดในแต่ละวัน แต่ช่วงนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะหันหน้าเข้าครัว และชวนสมาชิกในครอบครัวมาทำอาหารกินกันแบบง่าย ๆ รับรองว่าคุณจะได้พบสกิลใหม่ ๆ ของตัวเองในการทำอาหารอย่างแน่นอน 3.ปลูกต้นไม้ > ช่วงกักตัวนั้นเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการปลูกต้นไม้ที่สุดและยังแก้เหงาได้เป็นอย่างดีเพราะเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้เวลาและการดูแลเอาใจใส่ ประโยชน์จากการปลูกต้นไม้ทำให้บ้านร่มรื่นย์น่าอยู่ และยังเพิ่มอากาศที่บริสุทธิ์รอบบ้าน 4.อ่านหนังสือ >...
ใกล้เทศกาลคริสมาสต์🎄และวันปีใหม่🎆เข้ามาทุกทีแล้ว และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับวันสำคัญทั้ง 2 นี้ คงจะต้องเป็นของขวัญสุดพิเศษ🎁ให้แก่ลูก ๆ อย่างแน่นอน ว่าแต่เราจะเลือกของขวัญอย่างไรให้ได้ทั้งประโยชน์ทั้งถูกใจลูก ๆ ?❤️ ถ้ายังไม่มีคำตอบในใจ ก็มาลองหาไอเดียใหม่ ๆ จากโพสต์นี้กันเลย 💡 3 ของขวัญแนะนำที่มีประโยชน์และถูกใจลูก ๆ ชุดของขวัญ DIY ต่าง ๆ เช่น ชุดปลูกต้นไม้จิ๋ว หรือ ชุดทำอาหารจิ๋ว ชุด DIY สามารถเป็นของขวัญสุดพิเศษที่จะช่วยเสริมสร้างจินตนาการให้กับลูกได้เป็นอย่างดี สปริงกระโดด หรือ แทรมโพลีน ในปัจจุบันนั้นเด็ก ๆ มีเวลาในการออกกำลังกายเฉลี่ยต่อวันลดลง ฉะนั้นแทรมโพลีนอาจจะเป็นคำตอบที่ดีที่จะทำให้เด็ก ๆ ออกกำลังกายบ่อยขึ้น ชุดหนังสือพูดได้ Learning Time ของทาง Minor Smart Kids Smart book พร้อมปากกาพูดได้ที่ทั้งสนุกและได้ความรู้แบบเต็มที่ในเวลาเดียวกัน เพราะลูก ๆ ของคุณจะได้เพลิดเพลินไปกับปากกาอัจฉริยะที่พูดได้หลายภาษา เรียกได้ว่าลูก ๆ จะได้เรียนรู้เสมือนอยู่ในห้องเรียน และทำให้การเรียนที่บ้านไม่ใช่เรื่องที่น่าเบื่ออีกต่อไป   อ้างอิง: https://www.mothering.com/articles/give-it-up-the-best-gifts-for-kids-of-all-ages/    
“น้องยูไค” ด.ช. ณธเดช สัจจะสนธิ แชมป์เหรียญทอง คณิตศาสตร์โอลิมปิกระดับโลก ปี 2019 และคว้ารางวัลกว่า 13 รางวัล ทั้งไทยและต่างประเทศ! ล่าสุดน้องยูไคได้สอบระดับ Primary1 จากการแข่งขันในรายการ World International Mathematical Olympiad2019 “WIMO2019” ถึงกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ถือว่าทั้งเก่งและสุดยอดมากๆ เพราะว่าน้องอายุเพียงแค่ 8 ขวบเท่านั้น! “ความรู้สึกที่ได้จากการสแกนลายผิวนิ้วมือ ส่วนตัวนั้นมองว่าการสแกนลายผิวนิ้วมือนั้นดีมาก เพราะผลวิเคราะห์ที่สามารถนำไปปรับใช้ และได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ มะม๊าสามารถส่งเสริมลักษณะเด่น ทางด้านการวิเคราะห์ และด้านภาษา จนทำให้น้องสามารถเข้าร่วมแข่งขัน ทักษะต่างๆ ทั้งด้าน คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ จนน้องได้รับรางวัล ในส่วนที่ไม่ถนัดก็นำไปปรับปรุงแก้ไข จนได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ รู้สึกดีใจที่ได้พาน้องไปสแกนลายผิวนิ้วมือมากค่ะ” -พจนีย์ มายเจริญกุล- คุณแม่น้องยูไค ต้องขอบคุณคุณแม่น้องมากๆนะคะ สำหรับการรีวิวและไว้ใจให้ Minor Smart Kids ทำการสแกนลายผิวนิ้วมือให้น้อง ไม่แปลกใจเลยค่ะ ว่าทำไมน้องถึงโตมาทั้งเก่ง และมีความสามารถที่ไปได้ไกลถึงต่างประเทศ และทางเราเชื่อว่าน้องยูไคจะสามารถไปได้ไกลกว่านี้ได้อีกค่ะ! WebSite : www.minorsmartkids.com Instagram : instagram.com/minorsmartkids/ Line : @minorsmartkids (อย่าลืม @ ด้วยนะคะ) https://bit.ly/2FpZ44s YouTube: https://www.youtube.com/user/MinorEducationGroup
เพื่อนในจินตนาการคืออะไร? เพื่อนในจินตนาการ คือสิ่ง ๆ หนึ่งที่เด็กได้สร้างขึ้นมาในจินตนาการ โดยส่วนมากแล้ว เด็ก ๆ จะรับรู้ได้เองว่าเพื่อนในจินตนาการของพวกเขานั้นไม่มีตัวตนอยู่จริง แต่เด็ก ๆเพียงสร้างเพื่อนเหล่านี้ขึ้นมาเพื่อเป็นเพื่อนเล่นคลายเหงา หรือเพียงแค่เติมเต็มในสิ่งที่พวกเขาหาไม่ได้จากเพื่อนในโลกความเป็นจริงได้ เช่น บางครั้งแล้วเพื่อนในโลกแห่งความเป็นจริงไม่สามารถเล่นด้วยได้ เด็ก ๆ จึงได้สร้างเพื่อนเหล่านี้ขึ้นมาเติมเต็มนั่นเอง   ควรทำอย่างไรดี? เมื่อลูกมีเพื่อนในจินตนาการ โดยข้อมูลจากเว็บไซต์ Healthline ได้กล่าวไว้ว่าโดยปกติแล้วพ่อแม่ไม่จำเป็นต้องกังวลถึงพฤติกรรมเหล่านี้ของลูก ๆ เลย นอกจากนี้แล้วพ่อแม่ยังสามารถพูดคุยกับลูกถึงเรื่องเพื่อนในจินตนาการของเขาได้ เพื่อเรียนรู้ถึงความต้องการและนิสัยส่วนตัวของลูกได้โดยทางอ้อมอีกด้วย ซึ่งก็ถือว่าเป็นข้อดีอย่างหนึ่ง แต่หากเมื่อใดลูก ๆ เริ่มที่จะโยนความผิดต่าง ๆ ของตัวเองให้กับเพื่อนในจินตนาการ ถึงตอนนั้นพ่อแม่ก็ต้องเตือนลูก ๆ ถึงการไม่มีตัวตนของเพื่อนในจินตนาการ และลองสอนให้ลูกกล้าที่จะยอมรับผิดในสิ่งที่ตัวเองทำ โดยการอธิบายและสอนอย่างมีเหตุผล   อ้างอิง: https://www.healthline.com/health/mental-health/imaginary-friends  
คุณพ่อคุณแม่ต่างรู้ดีว่าผักนั้นมีประโยชน์มากมาย แต่การที่จะทำให้ลูกชอบทานผักนั้นอาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับพ่อแม่บางท่าน ฉะนั้นลองมาดูเคล็ดลับใหม่ ๆ ที่อาจเป็นตัวช่วยให้คุณพ่อคุณแม่แก้ปัญหาเรื่องลูกไม่ทานผักกันเลย! ผักมีประโยชน์อย่างไร? ผักมีสารอาหารอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็น วิตามินหลายชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เกลือแร่ และกากใยอาหารที่ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ผักหลายชนิดยังมีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยต้านสารก่อมะเร็งได้อีกด้วย โดยข้อมูลจากเว็บไซต์ Healthy Eating ได้แนะนำปริมาณผักที่เหมาะสมกับเด็กอยู่ที่ 1 - 1.5 ถ้วยต่อวัน แต่สำหรับเด็กบางคนแล้วการกินผักอาจจะเป็นเรื่องที่ยากมาก และอาจทำให้เป็นปัญหาของพ่อแม่หลาย ๆ คนที่จะหาวิธีที่ทำให้ลูกชอบทานผัก ลองมาดูวิธีต่อไปนี้กันเลย! บทความจากเว็บไซต์ lizshealthytable.com กล่าวว่ามี 4 วิธีหลักที่จะทำให้เด็กชอบทานผัก พ่อแม่ควรลองทำให้มื้ออาหารที่มีผักเป็นส่วนประกอบให้น่าทานมากยิ่งขึ้น โดยการตกแต่งและจัดจานให้มีหน้าตาน่ารัก และใส่ภาชนะที่มีโทนสีสันสดใส เพื่อเพิ่มความน่าทานของมื้ออาหาร ให้พ่อแม่ลองเพิ่มผักหลากชนิดลงไปในเมนูอาหารสุดโปรดของลูก โดยการหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ หรือสับละเอียดปนลงไปด้วยเลย เพื่อทำให้ลูกทานง่ายขึ้น พ่อแม่ควรพยายามเพิ่มผักในแต่ละมื้ออาหารของลูกให้บ่อยขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้ลูกคุ้นชินกับการทานผัก พ่อแม่ควรเพิ่มความอร่อยของผักแบบง่าย ๆ เช่น นำผักไปชุบแป้งทอดแล้วทานกับน้ำจิ้ม เท่านี้ก็จะทำให้การทานผักง่ายและอร่อยมากยิ่งขึ้นไปอีก!   อ้างอิง: https://www.lizshealthytable.com/2018/04/02/19-ways-get-kids-eat-love-vegetables/ https://www.healthyeating.org/nutrition-topics/general/food-groups/vegetables
GEN alpha คืออะไร Mark McCrindle นักวิจัยทางสังคมศาสตร์ นิยามคำว่า Generation Alpha ว่าเป็นรุ่นที่เกิดหลังจากเจน Z และพวกเขาเป็น “เด็กรุ่นใหม่ที่เกิดตั้งแต่ปี 2553 - 2567” โดยส่วนมากแล้ว จะมีพ่อแม่ที่เป็นคนเจนฯ Y และอาจจะทำให้มีช่องว่างระหว่างวัยเกิดขึ้น ซึ่งทำให้พ่อแม่รุ่นใหม่เจอปัญหามากมายในการเลี้ยงดูและทำความเข้าใจพวกเขา โดยการที่จะรับมือกับเด็กเจนฯแอลฟานี้ได้นั้น ควรจะต้องทำความเข้าใจลักษณะนิสัยโดยธรรมชาติของเด็กรุ่นนี้กันก่อน ลักษณะพิเศษของเด็กเจนฯแอลฟา เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี คิดนอกกรอบ ไม่ค่อยชอบทำตามกติกา ชอบใช้ชีวิตสันโดษ ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับ social media ความศรัทธาในศาสนาลดลงเมื่อเทียบกับรุ่นพ่อแม่ โดยบทความจากเว็บไซต์ Parenting.firstcry.com กล่าวว่า มี 5 วิธีหลักในการรับมือกับเด็ก   รุ่นแอลฟา พ่อแม่ก็ควรพยายามปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติของเด็กเช่นกัน เพราะเด็กยังไม่สามารถปรับตัวได้เก่งเท่าผู้ใหญ่ ถ้าหากคุณปรับได้มากเท่าไหร่คุณก็จะสามารถเข้ากับเด็กรุ่นแอลฟาได้มากเท่านั้น แล้วเด็กเจนฯแอลฟาก็จะรู้สึกอบอุ่นและไว้วางใจคุณ การเลี้ยงเด็กรุ่นนี้ด้วยคำสั่งหรือการบังคับ อาจไม่ได้ผลสำเร็จเท่าที่ควร แต่พ่อแม่ก็ไม่จำเป็นต้องตามใจลูกไปหมดทุกเรื่อง พ่อแม่สามารถที่จะอนุญาตให้ลูกเล่นโทรศัพท์มือถือได้ แต่จำเป็นต้องสอนลูกให้เข้าใจถึงข้อดี-ข้อเสียของเทคโนโลยีอย่างละเอียดด้วย พ่อแม่ควรต้องกำหนดเวลาเล่นโทรศัพท์มือถือของลูกไว้อย่างชัดเจน และต้องปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัดเพื่อฝึกวินัยให้กับลูก สิ่งสำคัญที่สุดคือพ่อแม่ควรเปิดใจคุยกับลูกได้ทุกเรื่อง และเป็นคนแรกที่ลูกจะกล้าขอความช่วยเหลือและสามารถพึ่งพาได้อยู่เสมอ ที่มา: https://parenting.firstcry.com/articles/generation-alpha-characteristics-and-parenting-tips/?fbclid=IwAR38C_mdBH82Ax-4KaFyly-AxbyT48BVUcPtiprQRquNfdrWF1HrzHD8_qk https://www.huffpost.com/entry/generation-alpha-after-gen-z_l_5d420ef4e4b0aca341181574
แสงสีฟ้าคืออะไร? เราสามารถพบแสงสีฟ้าได้จากอุปกรณ์เทคโนโลยีต่าง ๆ ได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน หรือโทรทัศน์ โดยแสงนี้มีพลังที่สามารถทะลุและทำลายไปได้ถึงกระจกตาและจอประสาทตาของเรามากกว่าแสงสีอื่น ๆ และถ้าหากใช้อุปกรณ์ที่มีแสงสีฟ้าในสภาพแวดล้อมหรือเวลาที่ไม่เหมาะสมก็สามารถทำให้เกิดปัญหาสุขภาพต่าง ๆ มากมาย แสงสีฟ้าจะทำให้เกิดปัญหาใดตามมากับเด็ก ๆ บ้าง? สภาที่ปรึกษาทางการมองเห็นแห่งอเมริกา (The Vision Council) กล่าวว่า 30% ของผู้ปกครองรายงานว่าลูก ๆ ของพวกเขาจะแสดงว่าพวกเขาเกิดอาการดังกล่าวนี้อย่างต่ำ 1 อาการหลังจากใช้เวลาหน้าจอเกิน 2 ชั่วโมงต่อวัน ปวดหัว ปวดคอ ปวดไหล่ ปวดตา ตาแห้ง หรือเคืองตา สมาธิสั้นลง พฤติกรรมแย่ลง หงุดหงิด และ ฉุนเฉียวง่ายขึ้น โดยแต่ละอาการข้างต้นจะมีผลโดยตรงกับการเรียนที่โรงเรียนของเด็ก ๆ รวมถึงการเข้าสังคมอีกด้วย แล้วควรจะให้ลูกอยู่กับแสงสีฟ้าได้นานเท่าไหร่ถึงจะปลอดภัย? จากบทความของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ประเทศสหรัฐอเมริกาไม่แนะนำให้เด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบเล่นคอมพิวเตอร์ เนื่องจากไม่มีประโยชน์ในแง่พัฒนาการของเด็ก และสำหรับเด็กที่อายุมากกว่า 2 ขวบ คุณพ่อคุณแม่ควรจะจำกัดระยะเวลาการใช้อุปกรณ์ดังกล่าว ไม่ให้เกิน 2 ชั่วโมง/วัน และ ให้เล่นเพียงแค่ 20-30 นาที แล้วให้หยุดพักสายตาเพื่อป้องกันการจ้องเป็นระยะเวลานานและเสี่ยงต่อสายตาสั้น...