Home Blog Page 14
เวทีเสวนา ร่วมฟังและรับปรึกษา เชิญฟังเสวนาฟรี "ไขปริศนาลายนิ้วมือด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี" จาก บริษัท ไมเนอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
คุณแม่มือใหม่กับลูกชายวัยก่อนเรียน ที่มีปัญหาน่าปวดหัว มาเล่าให้หมอกอล์ฟฟัง  เธอเล่าให้ฟังว่า...
พัฒนาลูกรัก สู่อัจฉริยะตัวน้อย
พัฒนาลูกรัก สู่อัจฉริยะตัวน้อย
กิจกรรมการเรียนรู้เพื่อ พัฒนาทักษะความคิดด้วยสะเต็ม
โปรโมชั่นประจำเดือน กรกฎาคม
วิเคราะห์โดยผู้เชี่ยวชาญ การพัฒนาบุคคลให้ตรงตามศักยภาพก็เป็นเรื่องที่ไม่ยากสำหรับลูกๆของคุณ
โปรแกรมวิเคราะห์ลายผิวนิ้วมือทั้ง 10 นิ้ว เพื่อประเมินอัจฉริยภาพรายบุคคลที่มีติดตัวมาแต่กำเนิด เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ได้ถูกพัฒนาขึ้นจากแนวคิดของนักวิชาการด้านการศึกษา
สะเต็มศึกษา (STEM Education) คือ แนวทางการศึกษาที่ได้บูรณาการความรู้ระหว่างศาสตร์วิชาต่างๆเช่น ความรู้ทางวิทยาศาสตร์  ความรู้ทางด้านเทคโนโลยี ความรู้ทางด้านวิศวกรรม และความรู้ด้านคณิตศาสตร์  รวมเข้าด้วยกัน - Science เป็นวิชาที่ว่าด้วยการศึกษาปรากฏการณ์ต่างๆ ในธรรมชาติ โดยอาศัยกระบวนการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Inquiry) -Technology เป็นวิชาที่ว่าด้วยกระบวนการทำงานที่มีการประยุกต์ศาสตร์สาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มาใช้ในการแก้ปัญหา ปรับปรุงแก้ไขหรือพัฒนาสิ่งต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการ หรือความจำเป็นของมนุษย์ -Engineering เป็นวิชาที่เกี่ยวกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมหรือสร้างสิ่งต่างๆ เพื่อมาอำนวยความสะดวกของมนุษย์ โดยอาศัยความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และกระบวนการทางเทคโนโลยี มาประยุกต์ใช้สร้างสรรค์ชิ้นงานนั้นๆ -Mathematics เป็นวิชาที่ว่าด้วยการศึกษาเกี่ยวกับการคำนวณ หรือ วิชาที่เกี่ยวกับการคำนวณ เป็นพื้นฐานสำคัญในการศึกษาและต่อยอดทางวิศวกรรมศาสตร์ จุดเริ่มต้นของแนวคิด สะเต็มศึกษา (STEM EDUCATION) เนื่องจากว่าประเทศสหรัฐอเมริกาได้ประสบปัญหาเรื่อง ผลการทดสอบ PISA ของสหรัฐอเมริกา ที่ต่ำกว่าหลายประเทศ และส่งผลต่อขีดความสามารถด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และวิศวกรรม ดังนั้นรัฐบาลจึงมีนโยบาย ส่งเสริมการศึกษาโดยพัฒนา STEM Education ขึ้นมา เพื่อหวังว่าจะช่วยยกระดับผลการทดสอบ PISA (Program for International Student Assessment) และ TIMSS การทดสอบด้านคณิตวิทยาศาสตร์ระดับสากล (Trends in International...
อยากให้ลูกเก่งภาษาควรเริ่มเรียนเมื่อไรดี กระบวนการเรียนรู้ภาษาของเด็กจะผ่านการฟัง กิจกรรมที่จัดควรเป็นกิจกรรมที่เป็นการอ่านให้เด็กฟัง เล่านิทานให้เด็กฟัง และให้อ่านในเรื่องที่เด็กสนใจ สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้ก็คือพูดคุยและอ่านหนังสือให้ลูกฟัง ในวัยทารกและก่อนวัยเรียน จำเป็นต้องให้ประสบการณ์ในด้านภาษาและการอ่านแก่เด็กๆ การอ่านเป็นส่วนประกอบสำคัญที่จะช่วยพัฒนาการพูด และการใช้ภาษาสอนให้เด็กได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ และการออกเสียงที่ถูกต้อง อีกทั้งยังพัฒนาทักษะการฟัง การมีสมาธิและกระตุ้นความสนใจอีกด้วย “เด็กเล็กมีพลังในการเรียนรู้ด้านภาษาอย่างมหาศาล พวงเขาสามารถเรียนรู้ได้หลายภาษา หากคุณเปิดโอกาศให้เด็กๆได้เรียนรู้อยู่สม่ำเสมอ” (Dr.Susan Curtiss, Professor of Linguistics, UCLA) ขั้นตอนการเรียนรู้ 3 ขั้น ขั้นที่ 1 ตั้งแต่แรกเกิดถึง 4 ขวบ : เด็กจะมีความสามารถในการเรียนรู้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ขั้นที่ 2 ตั้งแต่ 4 ขวบถึง 8 ปี : เด็กจะมีความสามารถในการเรียนรู้ 30 เปอร์เซ็นต์ ขั้นที่ 3 ตั้งแต่ 8 ปีถึง 18 ปี : เด็กจะมีความสามารถในการเรียนรู้แค่ 20 เปอร์เซ็นต์ “นักประสาทวิทยาได้ยืนยันแล้วว่า ช่วงระยะเวลาที่สมองเจริญเติบโตมากที่สุด และจะสิ้นสุดเมื่อเด็กอายุประมาณ 10 ปี” (A Child’s Brain – Time Magazine)